“ชาผลไม้” เป็นเมนูที่ยังมาแรงที่สุดในร้านกาแฟ คาเฟ่ และร้านชงแก้วต่อแก้ว เพราะดื่มง่าย สดชื่น สีสวย และเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม โดยเฉพาะวัยรุ่นและลูกค้าที่ชอบเมนูแนวผลไม้สไตล์เกาหลี / ไต้หวัน ทำให้หลายคนเริ่มค้นหาคำว่า “ไซรัปผลไม้ยี่ห้อไหนดี?” เพื่อมองหาไซรัปที่เข้ากับชาเขียวที่สุด ทั้งในเรื่องรสชาติ กลิ่น สี ราคา รวมถึงความคุ้มค่าในการทำเมนูขายจริง บทความนี้ถูกรวบรวมขึ้นจากประสบการณ์ร้านกาแฟจำนวนมาก รวมถึงข้อมูลจากผู้ผลิตชาเขียวและวัตถุดิบเครื่องดื่มจาก Bluemochagreentea โรงงานผลิตชาเขียวเชียงใหม่ เพื่อช่วยให้คุณเลือกไซรัปได้ดีที่สุด พร้อมสูตรทำชาเขียวผลไม้ขายดี ที่นำไปใช้ได้ทั้งในร้านกาแฟและเครื่องดื่มทำเองที่บ้าน
ทำไมการเลือก “ไซรัปผลไม้” ถึงสำคัญกับเมนูชาเขียว?
คนส่วนใหญ่คิดว่าแค่มีใบชาคุณภาพดีก็เพียงพอ แต่ความจริงคือ ไซรัปมีผลมากกว่า 50% ต่อความอร่อยของเครื่องดื่ม เพราะชาเขียวเป็นใบชาที่มีรสฝาดเล็กน้อย ถ้าใช้ไซรัปที่หวานจัด กลิ่นไม่ชัด หรือมีน้ำตาลสูงจนกลบรสชา เมนูจะไม่อร่อยทันที

- ช่วยดึงรสชาเขียวให้เด่นขึ้น : ไซรัปที่ดีจะทำให้กลิ่นชาเขียวเด่น ไม่ถูกกลบจนจางหาย
- รสชาติพอดีกัน ไม่หวานนำ : กลิ่นผลไม้ต้องเข้ากับชาเขียวโดยไม่ทับกัน
- ทำกำไรสูงกว่าชานม : เพราะต้นทุนต่อแก้วต่ำ แต่ขายได้ราคาเท่าชาเขียวนม หรือแพงกว่าด้วยซ้ำ
- ทำภาพเมนูสวย ขายง่าย : โดยเฉพาะร้านที่ทำเดลิเวอรี่ สีของไซรัปคือจุดขายสำคัญ
- ลูกค้าสั่งซ้ำ : เมนูประเภทผลไม้จัดเป็นเมนู “สดชื่น” ลูกค้าซื้อบ่อยจนกลายเป็นเมนูประจำ
ดังนั้นคำถามสำคัญที่สุดสำหรับร้านชงเครื่องดื่มคือ… “ไซรัปผลไม้ยี่ห้อไหนดีที่จะทำให้ชาเขียวอร่อยที่สุด?”
รสชาติไซรัปผลไม้ที่เข้ากับชาเขียวที่สุด!
ก่อนจะเลือกยี่ห้อ ต้องรู้ก่อนว่ารสอะไร “เข้ากันที่สุด” กับชาเขียว Bluemochagreentea รวบรวมข้อมูลเทรนด์เครื่องดื่มปี 2025–2026 พบว่ามี 7 รสชาติผลไม้ ที่เข้ากับชาเขียวได้ดีที่สุด ดังนี้

- เสาวรส (Passion Fruit) “ราชินี” ของเมนูชาผลไม้ รสเปรี้ยวแหลมและกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเสาวรส ตัดกับความฝาดของชาเขียวและชาไทยได้ดีที่สุด ให้ความรู้สึกสดชื่น ตื่นตัว เหมาะมากสำหรับเป็นเมนูแนะนำช่วงบ่าย
- พีช (Peach) กลิ่นพีชมีความละมุน หอมหวานแบบผู้ดี เมื่อเจอกับชาเขียวมะลิหรือชาเขียวใส จะให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ดื่มง่าย เป็นรสชาติที่ลูกค้าผู้หญิงชื่นชอบเป็นอันดับต้น ๆ
- สตรอว์เบอร์รี (Strawberry) รสชาติหวานอมเปรี้ยวที่คุ้นเคย ให้สีแดงสดตัดกับสีเขียวหรือสีเหลืองทองของชา สไตล์เกาหลี ดึงดูดลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นและนักเรียนได้ดีมาก
- มะนาว / เลมอน (Lemon/Lime) เมนู “Back to Basic” ที่ทุกร้านต้องมี ชาเขียวมะนาว หรือ Honey Lemon Green Tea คือเมนูที่ลูกค้าสั่งโดยไม่ต้องคิด การเลือกไซรัปเลมอนที่ดีจะช่วยลดเวลาในการบีบมะนาวสด และให้รสเปรี้ยวที่คงที่
- ลิ้นจี่ (Lychee) หลาย ๆ ร้านกาแฟรายใหญ่นิยมนำเมนูขึ้นมาขาย ทำให้เมนู “ชาเขียวลิ้นจี่” กลายเป็นเมนูยอดฮิต กลิ่นลิ้นจี่มีความหอมหวานสดชื่น เข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ กับชาเขียวกลิ่นมะลิ
- กีวี (Kiwi) สำหรับร้านที่ต้องการความแตกต่าง กีวีให้รสเปรี้ยวอมหวานที่แปลกใหม่ และให้เนื้อสัมผัส (ถ้าไซรัปมีเนื้อผลไม้) ที่ดีมาก ให้ฟีลลิ่งเครื่องดื่มสีเขียวสดใส พรีเมียม
- ส้ม (Orange) ใช้ทำเมนูสีส้มสดใส ตัดกับชาเขียวได้อย่างโดดเด่น เหมาะสำหรับเมนูที่ต้องการสีสดชัดและรสเปรี้ยวหวาน ให้ความรู้สึกสดชื่นทันทีที่ดื่ม
7 ไซรัปผลไม้ยี่ห้อไหนดี?
เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เราได้คัดเลือก 7 แบรนด์ไซรัปที่หาซื้อได้ในไทย โดยแบ่งตามเกรด ราคา และจุดเด่น เพื่อให้เหมาะกับสไตล์ร้านของคุณ

1. Freshy (เฟรชชี่) เข้มข้น ผสมเนื้อผลไม้แท้ คุ้มค่า ไซรัปสควอชขวัญใจร้านน้ำปั่นและชานม
- จุดเด่น : เป็นไซรัปสไตล์ “สควอช” (Squash) หรือน้ำผลไม้เข้มข้นที่ “ผสมเนื้อผลไม้แท้” ทำให้เวลาชงออกมา เครื่องดื่มจะมีเนื้อสัมผัสของเนื้อผลไม้ให้ลูกค้าได้เคี้ยว เพิ่มมูลค่าให้แก้วดูน่ากินขึ้น รสชาติเปรี้ยวหวานจัดจ้าน สู้กับน้ำแข็งได้ดีมาก ไม่จืดง่าย
- ความเข้ากันกับชาเขียว : เข้ากันได้ดีมากกับชาเขียวผลไม้ โดยเฉพาะร้านที่ต้องการชูจุดเด่นเรื่อง “ชาผลไม้มีเนื้อ” เนื้อสัมผัสของผลไม้จะช่วยเสริมความสดชื่นให้กับชาเขียวได้ดี
- รสแนะนำ : สตรอว์เบอร์รี, เสาวรส, แอปเปิ้ลเขียว
- เหมาะกับ : ร้านชานมไข่มุก, ร้านน้ำปั่น, ร้านกาแฟทั่วไปที่ต้องการคุมต้นทุนแต่ได้คุณภาพดี
2. Monin (โมนิน) แบรนด์พรีเมียมจากฝรั่งเศส ขวัญใจบาร์เทนเดอร์
- จุดเด่น: ยืนหนึ่งเรื่อง “ความสมจริงของกลิ่น” มีความเข้มข้นสูง ใช้ปริมาณน้อยแต่กลิ่นฟุ้งกระจาย มีรสชาติให้เลือกเยอะที่สุดในโลก
- ความเข้ากันกับชาเขียว : เหมาะสำหรับการทำเมนูที่พรีเมียม เพราะราคาสูงกว่าแบรนด์อื่น แต่คุ้มค่าถ้าร้านคุณขายแก้วละ 60-80 บาทขึ้นไป
- รสแนะนำ : ลิ้นจี่, เสาวรส, ส้มแมนดาริน
- เหมาะกับ : ร้านอาหาร, โรงแรม, ร้านบาร์
3. LongBeach (ลองบีช) ยอดนิยม รสชาติมหาชน
- จุดเด่น: แบรนด์ไทยที่เข้าใจลิ้นคนไทยที่สุด มีรสชาติให้เลือกเยอะมาก รสออกแนวหวานหอมสดชื่น “เข้มข้น ไม่บาดคอ” ละลายง่าย หาซื้อง่าย
- ความเข้ากันกับชาเขียว : เข้ากันได้ดีเยี่ยม เป็นรสชาติที่ลูกค้าทั่วไปคุ้นเคย ดื่มง่าย ทำเมนูชาเขียวผลไม้ได้หลากหลาย
- รสแนะนำ : พีช, สตรอว์เบอร์รี, เลมอน
- เหมาะกับ : คาเฟ่ทั่วไป, แฟรนไชส์, ร้านที่ต้องการคุมต้นทุนแต่ได้ของดี
4. Nature Taste (เนเจอร์ เทส) หอมละมุน ราคาสบายกระเป๋า
- จุดเด่น: เป็นไซรัปที่เน้น “ความคุ้มค่า” หาซื้อได้ง่ายตามห้างค้าส่ง (เช่น Makro) ให้รสชาติผลไม้ที่ชัดเจน กลิ่นหอมแบบตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อน ใช้งานง่าย
- ความเข้ากันกับชาเขียว : ทำเมนูชาเขียวผลไม้พื้นฐานได้ดี เช่น ชาเขียวแอปเปิ้ล หรือชาเขียวสตรอว์เบอร์รี
- รสแนะนำ : แอปเปิ้ลเขียว, สตรอว์เบอร์รี
- เหมาะกับ : ร้านกาแฟขนาดเล็ก, ร้านหน้าโรงเรียน, ดื่มเอง
5. Pomona (โพโมนา) พรีเมียมสไตล์เกาหลี
- จุดเด่น : แบรนด์ดังจาก “เกาหลีใต้” มีความหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ซับซ้อน และละมุน เนื้อไซรัปมีความข้นหนืด ให้ความรู้สึกพรีเมียมแบบคาเฟ่เกาหลี
- ความเข้ากันกับชาเขียว : เข้ากันได้ดีที่สุดกับเทรนด์ “Korean Fruit Tea” เมื่อผสมกับชาเขียวจะได้รสที่นุ่มไม่หวานแหลม
- รสแนะนำ : พีช (ขายดีมาก), ส้มเชจู, องุ่นเขียว
- เหมาะกับ : คาเฟ่สไตล์เกาหลี/มินิมอล, ร้านที่ต้องการรสชาติแตกต่างจากตลาด
6. Ding Fong (ติ่งฟง) ตำนานราคาประหยัด
- จุดเด่น : “ราคาถูกที่สุด” สีสันจัดจ้าน รสชาติเปรี้ยวหวานชัดเจน เน้นปริมาณและความสะใจ
- ความเข้ากันกับชาเขียว : เหมาะกับเมนูชาเขียวปั่น ใส่แก้วใหญ่ที่เน้นความสดชื่น รือร้านที่กลุ่มลูกค้าคือนักเรียนที่ชอบรสหวานสดชื่น
- รสแนะนำ : บลูฮาวาย (ขายดีอันดับ 1), แอปเปิ้ลเขียว, สตรอว์เบอร์รี
- เหมาะกับ : ร้านน้ำปั่น, ร้านบุฟเฟต์, ตลาดนัด, ร้านหน้าโรงเรียน
7. Senorita (ซีเนอริต้า) พรีเมียมไทย หรูหราในราคาจับต้องได้
- จุดเด่น : แบรนด์พรีเมียมสัญชาติไทย (เครือมิตรผล) ที่ทำออกมาเทียบชั้นของนอก ขวดสวยหรู ให้ “กลิ่นผลไม้ธรรมชาติสูง” รสชาติหวานนุ่มนวลจากน้ำตาลผลไม้
- ความเข้ากันกับชาเขียว : เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของ Monin ในราคาที่ถูกกว่าเกือบครึ่ง กลิ่นหอมผู้ดีมากเมื่อเจอชาเขียว
- รสแนะนำ : ลิ้นจี่, เสาวรส, เมลอน
- เหมาะกับ : ร้านที่อยากดูพรีเมียมแต่ต้องการคุม Cost, คาเฟ่สมัยใหม่
| ยี่ห้อ | จุดเด่น | ระดับราคา | รสแนะนำ (เข้ากับชาเขียว) | เหมาะกับร้านสไตล์ไหน? |
| 1. Freshy (เฟรชชี่) | ผสมเนื้อผลไม้ เคี้ยวเพลิน รสเข้มข้น | ฿ | สตรอว์เบอร์รี, เสาวรส | ร้านน้ำปั่น, ชานมไข่มุก |
| 2. Monin (โมนิน) | กลิ่นสมจริง เป็นแบรนด์ระดับโลก ใช้น้อยแต่หอมฟุ้ง | ฿฿฿ | ลิ้นจี่, พีช | โรงแรม, บาร์, คาเฟ่ |
| 3. LongBeach (ลองบีช) | รสชาติมหาชน มีให้เลือกเยอะ หอมสดชื่น | ฿฿ | พีช, สตรอว์เบอร์รี, เลมอน | คาเฟ่ทั่วไป, ร้านแฟรนไชส์, ร้านกาแฟสด |
| 4. Nature Taste (เนเจอร์ เทส) | หอมละมุน ใช้ง่าย ราคาคุ้มค่า | ฿ | แอปเปิ้ลเขียว, สตรอว์เบอร์รี | ร้านขนาดเล็ก, ดื่มเอง, Kiosk |
| 5. Pomona (โพโมนา) | พรีเมียมเกาหลี กลิ่นซับซ้อน เนื้อไซรัปหนืด | ฿฿฿ | พีช, ส้มเชจู, องุ่นเขียว | คาเฟ่สไตล์เกาหลี, ร้านมินิมอล, ร้านเบเกอรี่ |
| 6. ติ่งฟง (Ding Fong) | ถูกที่สุด สีสันจัดจ้าน รสเปรี้ยวหวานถึงใจ | ฿ (ถูกสุด) | บลูฮาวาย, แอปเปิ้ลเขียว | ร้านหน้าโรงเรียน, ตลาดนัด, บุฟเฟต์น้ำ |
| 7. Senorita (ซีเนอริต้า) | พรีเมียมไทย หรูหราแต่ราคาจับต้องได้ | ฿฿ | ลิ้นจี่จักรพรรดิ์, แพชชั่นฟรุต | คาเฟ่สมัยใหม่, ร้านที่ต้องการอัพเกรด |
- เลือกกลิ่นที่ไม่ “สังเคราะห์” เกินไป : ดมจากปากขวดและลองชงจาง ๆ ถ้ากลิ่นเหมือนยาแก้ไอ ให้หลีกเลี่ยง
- ความหวานต้อง Balance : ระวังไซรัปที่หวานบาดคอ (Brix สูง) จะทำให้รสชาหายไป
- สีสันต้องสวยงาม : โดยเฉพาะเมนูที่ต้องถ่ายรูป (Instagrammable)
- ทดสอบคู่กับใบชาจริง : “ใบชาต้องไม่ตายไซรัป” คือกฎเหล็ก
แจกสูตร! 7 เมนูชาเขียวผลไม้ขายดี (พร้อมวิธีชง)
เตรียมแก้วขนาด 16 ออนซ์ หรือ 22 ออนซ์ ของคุณให้พร้อม นี่คือสูตรตั้งต้นที่ทำขายได้เลย!
1. ชาเขียวลำไยน้ำผึ้ง (Honey Longan Green Tea)
“เมนูสดชื่น หอมหวานลงตัว เป็นเมนู Signature ใหม่ที่ลูกค้าต้องติดใจ”
- ส่วนผสม :
- ผงชาเขียว 10 กรัม
- น้ำร้อน 120 มิลลิลิตร (สกัดน้ำชาให้ได้ 80 มิลลิลิตร)
- ไซรัปน้ำผึ้ง 50 มิลลิลิตร
- น้ำลำไยสด/กระป๋อง 90 มิลลิลิตร
- น้ำแข็ง
- วิธีทำ :
- สกัดชาเขียวกับน้ำร้อน กรองเอาแต่น้ำชา 80 มิลลิลิตร
- ผสมน้ำชา ไซรัปน้ำผึ้ง และน้ำลำไย คนให้เข้ากัน
- ตักน้ำแข็งใส่แก้ว เทเครื่องดื่มลงไป พร้อมตกแต่งด้วยเนื้อลำไย
2. ชาเขียวน้ำส้ม (Green Tea Orange Juice)
“เมนูวิตามินซีสูง ดื่มง่าย ได้รสเปรี้ยวหวานธรรมชาติจากส้ม”
- ส่วนผสม :
- ใบชาเขียว 14 กรัม
- น้ำส้ม (น้ำส้มคั้นสดหรือเข้มข้น) 150 มิลลิลิตร
- น้ำเชื่อม 10-20 มิลลิลิตร (ปรับตามความหวานของส้ม)
- น้ำแข็ง
- วิธีทำ :
- สกัดน้ำชาเขียวเข้มข้น พักไว้ (แนะนำทำเทคนิคพักชาเพื่อให้กลิ่นหอม)
- ผสมน้ำส้มกับน้ำเชื่อมในแก้ว คนให้เข้ากัน
- ใส่น้ำแข็งให้เต็มแก้ว
- เทน้ำชาเขียวราดด้านบน ให้เกิดเลเยอร์สวยงามระหว่างสีส้มและสีเขียว
3. ชาเขียวมะนาวไม่แต่งสี (Natural Lemon Green Tea)
“สูตรคลีนๆ ไม่ใส่สีผสมอาหาร ได้รสชาแท้ๆ ตัดเปรี้ยวสะใจ”
- ส่วนผสม :
- ผงชาเขียวไม่แต่งสี 14 กรัม
- น้ำร้อน 200 มิลลิลิตร
- น้ำเชื่อม 30 มิลลิลิตร
- ผงมะนาว 1 ช้อนชา (หรือน้ำมะนาวสด 10-15 มิลลิลิตร)
- เกลือปลายช้อนเล็กน้อย
- น้ำแข็ง
- วิธีทำ :
- แช่ชาในน้ำร้อน 3-5 นาที กรองกากออก
- เติมน้ำเชื่อม ผงมะนาว และเกลือ ลงในน้ำชาขณะยังอุ่น คนให้ละลาย
- ตักน้ำแข็งใส่แก้ว เทชาเขียวมะนาวลงไป ตกแต่งด้วยมะนาวฝานแว่น
4. ชาเขียวมะลิน้ำผึ้ง (Honey Jasmine Green Tea)
“ความหอมสุดคลาสสิก กลิ่นมะลิผสานน้ำผึ้ง ดื่มแล้วผ่อนคลาย”
- ส่วนผสม :
- ใบชาเขียวมะลิ 14 กรัม
- น้ำร้อน 200 มิลลิลิตร (สกัดน้ำชา 175 มล.)
- น้ำเปล่า/น้ำอุณหภูมิห้อง 100 มิลลิลิตร
- น้ำเชื่อม 15 มิลลิลิตร
- น้ำผึ้ง 20 มิลลิลิตร
- น้ำแข็ง
- วิธีทำ :
- สกัดชาเขียวมะลิ กรองน้ำชา 175 มิลลิลิตร
- ผสมน้ำเปล่า น้ำเชื่อม และน้ำผึ้งลงไป คนให้เข้ากัน
- เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็ง พร้อมเสิร์ฟความหอมละมุน
5. ชาเขียวแตงโม (Watermelon Green Tea)
“เมนูคลายร้อนยอดฮิต หวานฉ่ำแตงโมแท้ ๆ”
- ส่วนผสม :
- ชาเขียวใส 5 กรัม
- น้ำร้อน 150 มิลลิลิตร
- ไซรัป 30 มิลลิลิตร
- เนื้อแตงโมสดหั่นเต๋า
- น้ำแข็ง
- วิธีทำ :
- สกัดน้ำชาเขียว พักไว้ให้เย็นลงเล็กน้อย
- นำเนื้อแตงโมใส่โถปั่น พร้อมน้ำแข็งเล็กน้อย และไซรัป ปั่นให้ละเอียด (หรือใช้วิธีบดเนื้อแตงโมในแก้วเชค)
- ผสมน้ำชาเขียวลงไป เชคให้เข้ากัน
- เทใส่แก้วที่มีเนื้อแตงโมชิ้นเล็กรองก้นแก้ว
6. ชาเขียวสตรอว์เบอร์รี (Strawberry Green Tea)
“สีแดงตัดเขียวสวยงาม รสเปรี้ยวหวานหอมสตรอว์เบอร์รี”
- ส่วนผสม :
- ชาเขียวใส 5 กรัม
- น้ำร้อน 300 มิลลิลิตร
- ไซรัปสตรอว์เบอร์รี 30มิลลิลิตร
- น้ำเชื่อม 10 มิลลิลิตร
- น้ำแข็ง
- วิธีทำ :
- แช่ใบชาในน้ำร้อน แล้วกรองออก (แนะนำน็อคเย็นเพื่อความสดชื่น)
- เทไซรัปสตรอว์เบอร์รีลงก้นแก้ว
- ใส่น้ำแข็งให้เต็ม
- เทน้ำชาเขียวใสลงไปเบา ๆ ให้แยกชั้นสีสวยงาม
7. ชาเขียวบลูเบอร์รี่ (Blueberry Green Tea)
“เมนูพรีเมียม กลิ่นหอมเบอร์รี่ชัดเจน ดื่มแล้วสดชื่น”
- ส่วนผสม :
- น้ำชาเขียวใส (สกัด) 120 มิลลิลิตร
- ไซรัปบลูเบอร์รี่ 30 มิลลิลิตร
- น้ำเชื่อม 10 มิลลิลิตร
- น้ำมะนาว 5 มิลลิลิตร
- น้ำแข็ง
- วิธีทำ :
- นำน้ำชาเขียวผสมกับไซรัปบลูเบอร์รี่ น้ำเชื่อม และน้ำมะนาว
- เชคกับน้ำแข็งให้เข้ากันจนเกิดฟองนุ่ม
- เทใส่แก้ว ตกแต่งด้วยผลบลูเบอร์รี่สดหรือแช่แข็ง
บทความที่น่าสนใจอื่น ๆ เกี่ยวกับ “ไซรัปผลไม้ยี่ห้อไหนดี?“
คุณคงเลือกไซรัปได้แล้ว แต่จำไว้เสมอว่า… “ไซรัปคือตัวเสริม แต่ชาคือพระเอก” หากคุณใช้ไซรัปดีแค่ไหน แต่ใช้ใบชาคุณภาพต่ำ กลิ่นไม่หอม สีไม่สวย เมนูนั้นก็ไปไม่รอด ร้านกาแฟที่ประสบความสำเร็จเลือกใช้ชาเขียวของ Bluemocha เพราะเราออกแบบมาเพื่อร้านเครื่องดื่มโดยเฉพาะ :

- กลิ่นหอมทะลุไซรัป : คั่วด้วยเทคนิคพิเศษ กลิ่นชายังคงชัดเจนแม้ผสมไซรัปผลไม้
- รสชาติไม่ฝาดจัด : นุ่มนวล ไม่ต้องใช้น้ำตาลเยอะเพื่อกลบรสขม
- ให้สีสวยธรรมชาติ : สีเขียวสวย น่ารับประทาน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ “ไซรัปผลไม้ยี่ห้อไหนดี?” (FAQ)
- ถาม : ไซรัป 1 ขวด ชงได้กี่แก้ว?
- ตอบ : ประมาณ 30-35 แก้ว (ที่ปริมาณ 20-25 มิลลิลิตร/แก้ว)
- ถาม : ถ้าอยากลดต้นทุน ทำอย่างไร?
- ตอบ : ใช้เทคนิคผสม! ใช้ไซรัปนอกเพื่อเอากลิ่น และใช้น้ำหวานเข้มข้นแบรนด์ไทย (เช่น ติ่งฟง/เฟรชชี่) เพื่อเอาความหวานและสี จะช่วยลดต้นทุนต่อแก้วได้มาก
- ถาม : ชาเขียวแบบไหนเหมาะกับเมนูผลไม้ที่สุด?
- ตอบ : ชาเขียวมะลิ (Jasmine Green Tea) ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะกลิ่นดอกไม้เข้ากับผลไม้ได้ดี
สรุป “ไซรัปผลไม้ยี่ห้อไหนดี? เลือกไซรัปให้ปัง!”
การเลือกไซรัปไม่มีถูกผิด ขึ้นอยู่กับ “ลูกค้า” และ “ราคาขาย” ของคุณ
- เน้นกำไร/ขายเด็กนักเรียน → Ding Fong
- เน้นความคุ้มค่า/มาตรฐาน → LongBeach / Nature Taste
- เน้นเนื้อผลไม้ → Freshy
- เน้นความพรีเมียม/แตกต่าง → Senorita / Pomona / Monin
เลือกไซรัปแล้ว อย่าลืมเลือกชาเขียวดี ๆ จาก Bluemocha
อยากทำเมนูชาเขียวผลไม้ให้หอม สดชื่น รสชาติ “เป๊ะ” ทุกแก้วใช่ไหม? ให้ Bluemocha เป็นพาร์ทเนอร์ความสำเร็จของคุณ ด้วยใบชาคุณภาพคัดพิเศษจากไร่เชียงใหม่ สามารถขอรับตัวอย่างชาทดลองชิมฟรี! มีสูตรชงแจกฟรีสำหรับร้านกาแฟ และบริการรับผลิตชา OEM&ODM สร้างแบรนด์ตัวเอง
สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
LINE : @bluemochacoffee
TEL : 064-9045146
EMAIL : [email protected]