จากชาจีน สู่มัทฉะญี่ปุ่น ประวัติศาสตร์ ชาเขียวในไทย ที่คุณอาจไม่เคยรู้!

ประวัติศาสตร์ ชาเขียวในไทย นั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากการเดินทางของใบชาสีเขียวนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ทศวรรษ แต่มีรากฐานที่ลึกซึ้งและยาวนานกว่าที่เราคิด ผ่านการผสมผสานทางวัฒนธรรม การพัฒนาทางการเกษตร และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค

หากพูดถึงเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมสูงสุดในยุคปัจจุบัน “ชาเขียว” คงเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง ไม่ว่าจะเป็นชาเขียวนมเย็น หรือมัทฉะลาเต้สไตล์ญี่ปุ่นที่มีกรรมวิธีการชงอย่างพิถีพิถัน แต่คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า ประวัติศาสตร์ ชาเขียวในไทย นั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากไหน? การเดินทางของใบชาสีเขียวนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ทศวรรษ แต่มีรากฐานที่ลึกซึ้งและยาวนานกว่าที่เราคิด ผ่านการผสมผสานทางวัฒนธรรม การพัฒนาทางการเกษตร และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค

ประวัติศาสตร์ ชาเขียวในไทย คือเรื่องราวของการเดินทางของวัฒนธรรม ตั้งแต่ใบเมี่ยงของชาวเขาในภาคเหนือ สู่ชาจีนในราชสำนักอยุธยา จนถึงมัทฉะลาเต้ในคาเฟ่ บทความนี้จะพาคุณย้อนรอยเส้นทางอันยาวนานของชาเขียวบนแผ่นดินไทย

ประวัติศาสตร์ ชาเขียวในไทย ไม่ได้เริ่มต้นจากการปลูกใบชาในเชิงพาณิชย์ในทันที แต่เริ่มต้นจาก “การบริโภค” ผ่านการแลกเปลี่ยนทางการค้าและวัฒนธรรมกับประเทศมหาอำนาจในยุคนั้นอย่างประเทศจีน ซึ่งมีวัฒนธรรมการดื่มชามาอย่างยาวนานนับพันปี

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนที่สุดเกี่ยวกับการดื่มชาในไทย ปรากฏขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเฉพาะในช่วงรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งถือเป็นยุคทองของการค้าและการเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างชาติ จดหมายเหตุของ มองซิเออร์ เดอ ลาลูแบร์ (Simon de La Loubère) ราชทูตชาวฝรั่งเศสที่เดินทางเข้ามาในสยาม ได้มีการบันทึกไว้อย่างชัดเจนว่า คนไทยในยุคนั้นรู้จักการดื่มน้ำชาแล้ว โดยมีการรับเอาวัฒนธรรมการชงชาและดื่มชาแบบร้อนมาจากชาวจีน

อย่างไรก็ตาม การดื่มชาในยุคนั้นมักจำกัดอยู่ในแวดวงราชสำนัก ชนชั้นสูง และกลุ่มพ่อค้าชาวจีนเป็นหลัก ชาถูกมองว่าเป็นของล้ำค่า เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และเป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง

ในขณะที่ภาคกลางมีการนำเข้าชาจากจีน ทางตอนเหนือของไทย (อาณาจักรล้านนา) กลับมีวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับต้นชามาอย่างยาวนาน นั่นคือวัฒนธรรมการบริโภค “เมี่ยง” ต้นเมี่ยงแท้จริงแล้วก็คือต้นชาป่าพันธุ์อัสสัม (Camellia sinensis var. assamica) ที่เติบโตตามธรรมชาติในพื้นที่สูงของภาคเหนือที่มีอากาศเย็นและมีความชื้นเหมาะสม

 ประวัติศาสตร์ ชาเขียวในไทย นั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากการเดินทางของใบชาสีเขียวนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ทศวรรษ แต่มีรากฐานที่ลึกซึ้งและยาวนานกว่าที่เราคิด ผ่านการผสมผสานทางวัฒนธรรม การพัฒนาทางการเกษตร และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค

ชาวบ้านในภาคเหนือไม่ได้นำใบชามาชงดื่มด้วยน้ำร้อนแบบคนจีน แต่นำใบชาสดไปนึ่งให้สุกแล้วนำไปหมักในรูปแบบที่เรียกว่าการทำเมี่ยง ใช้สำหรับอมหรือเคี้ยวเป็นของว่างหลังอาหาร หรือใช้เพื่อการต้อนรับแขกที่มาเยือนบ้าน วัฒนธรรมการกินเมี่ยงนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญที่บ่งบอกว่า แผ่นดินไทยทางภาคเหนือมีความอุดมสมบูรณ์และเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืชตระกูลชามาตั้งแต่โบราณ ก่อนที่จะมีการพัฒนามาเป็นการผลิตชาชงดื่มในภายหลัง

จากวัฒนธรรมการดื่มชาจีนในราชสำนักและการเคี้ยวเมี่ยงของชาวเหนือ ประวัติศาสตร์ ชาเขียวในไทย ได้ก้าวเข้าสู่ยุคของการผลิตและการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเต็มตัวในช่วงก่อนและหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

  • พ.ศ. 2480 จุดเริ่มต้นโรงงานชาแห่งแรกที่เชียงใหม่

จุดเริ่มต้นของการผลิตชาในเชิงอุตสาหกรรมของไทยเริ่มต้นอย่างจริงจังในปี พ.ศ. 2480 เมื่อภาคเอกชนได้เล็งเห็นศักยภาพของต้นชาในพื้นที่ภาคเหนือ จึงได้มีการตั้งโรงงานผลิตชาขนาดเล็กขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โรงงานแห่งนี้ดำเนินการโดยการรับซื้อใบชาสดจากชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งเดิมทีชาวบ้านเก็บใบชาเพื่อทำเมี่ยงเพียงอย่างเดียว

เพื่อให้ได้ชาที่มีคุณภาพและมีรสชาติที่ถูกต้องตามมาตรฐาน จึงได้มีการนำเข้า ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศจีน มาถ่ายทอดความรู้ เทคนิคการคั่วชา การนวดใบชา และกระบวนการผลิตชาที่ถูกต้องตามแบบฉบับดั้งเดิม ทำให้ใบชาพื้นเมืองของไทยเริ่มถูกแปรรูปเป็นชาแห้งสำหรับชงดื่มอย่างเป็นระบบมากขึ้น นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนไทยเริ่มผลิตชาบริโภคเองลดการนำเข้าลง

  • พ.ศ. 2508 การส่งเสริมของกรมป่าไม้และชาฝรั่ง หรือ ชาดำ (Black tea)

ต่อมาในปี พ.ศ. 2508 ภาครัฐได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมชา กรมป่าไม้ ได้ริเริ่มโครงการส่งเสริมการปลูกชาพันธุ์ดีในพื้นที่ภาคเหนือ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรชาวเขา และเพื่อลดปัญหาการทำไร่เลื่อนลอยและการปลูกพืชเสพติด

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลานั้น ชาที่ได้รับการส่งเสริมและผลิตเป็นหลักคือ ชาฝรั่ง หรือ ชาดำ (Black tea) ซึ่งเป็นชาที่ผ่านกระบวนการหมักอย่างสมบูรณ์ (Fully oxidized) เพื่อตอบสนองต่อตลาดโลกและการบริโภคชาสไตล์ตะวันตก ชาเขียวยังคงเป็นที่นิยมเฉพาะกลุ่มในหมู่คนไทยเชื้อสายจีน และยังไม่ได้กลายเป็นกระแสหลักของประเทศเหมือนในปัจจุบัน

  • ช่วงปลายพ.ศ. 2530-2540 จากชาจีนดั้งเดิมสู่ความนิยมชาเขียวสไตล์ญี่ปุ่น

แม้ชาเขียวจะอยู่คู่สังคมไทยผ่านร้านอาหารจีนและครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีนมานาน แต่หน้า ประวัติศาสตร์ ชาเขียวในไทย ได้มาถึงจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดเมื่อสังคมไทยได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น

กระแสความนิยมในวัฒนธรรมญี่ปุ่น หรือที่เรียกกันว่า Japan Lover ได้เข้าสู่ประเทศไทยอย่างเต็มกำลัง ไม่ว่าจะเป็นรายการโทรทัศน์ เพลง เจป็อป ซีรีส์ แฟชั่น การ์ตูนมังงะ รวมไปถึง “อาหารและเครื่องดื่ม”

การเข้ามาและขยายตัวอย่างรวดเร็วของร้านอาหารญี่ปุ่น แฟรนไชส์ต่าง ๆ ทำให้คนไทยได้สัมผัสกับ “ชาเขียวญี่ปุ่น” ที่มีรสชาติ กลิ่น และสีสันแตกต่างไปจากชาจีนที่คุ้นเคยจากเดิมที่ชาเขียว (แบบจีน) จะมีสีเหลืองทองอมน้ำตาลและมีกลิ่นคั่วไฟ ชาเขียวญี่ปุ่นกลับมีสีเขียวสดใส กลิ่นหอมสดชื่นแบบสาหร่ายหรือหญ้าสดที่เพิ่งตัดใหม่ๆ และให้รสชาติอูมามิที่นุ่ม

และที่สำคัญคือการเข้ามาของ “มัทฉะ” (Matcha) หรือผงชาเขียวเนื้อละเอียด ที่ได้เปิดมิติใหม่ของการบริโภคชาในไทยอย่างไม่เคยมีมาก่อน

  • ปัจจุบัน ชาเขียวในชีวิตประจำวันและคาเฟ่ยุคใหม่

ความนิยมในวัฒนธรรมญี่ปุ่นนี้ ทำให้เกิดการพัฒนาจากการดื่มชาร้อนในร้านอาหารญี่ปุ่น สู่ตลาดชาเขียวบรรจุขวดพร้อมดื่ม (Ready-to-drink) ที่หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อ ซึ่งสร้างมูลค่าการตลาดมาก และต่อยอดมาจนถึงยุคของ “คาเฟ่” และร้านชานมไข่มุกในปัจจุบัน

เราจะได้เห็นเมนูชาเขียวถูกนำมาประยุกต์มากมาย เช่น ชาเขียวนม ชาเขียวปั่น มัทฉะลาเต้ มัทฉะยูซุ ไปจนถึงเบเกอรี่และขนมหวานที่ทำจากชาเขียว ทำให้ปัจจุบันมีทั้งการนำเข้าชาเขียวคุณภาพสูงจากแหล่งปลูกชื่อดังในญี่ปุ่น (เช่น อูจิ, ชิซูโอกะ) และการพัฒนาสายพันธุ์ตลอดจนกรรมวิธีการผลิตชาเขียวสไตล์ญี่ปุ่นในไร่ชาภาคเหนือของไทย เพื่อรองรับความต้องการของตลาดภายในประเทศที่เติบโต

เมื่อพูดถึงชาเขียวในไทย เราแทบแยกไม่ออกว่ากำลังพูดถึงชาเขียวแบบไหน เพราะ 2 กระแสหลักคือชาเขียวจีนและชาเขียวญี่ปุ่นมีอิทธิพลพร้อมกันในประเทศเรา แม้จะมีวิธีผลิตที่แตกต่างกัน เพราะฉนั้นเราต้องแยกแยะประเภทของชาเขียวที่วัฒนธรรมการดื่มของคนไทยในปัจจุบัน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ตามกรรมวิธีการผลิต ดังนี้

 ประวัติศาสตร์ ชาเขียวในไทย นั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากการเดินทางของใบชาสีเขียวนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ทศวรรษ แต่มีรากฐานที่ลึกซึ้งและยาวนานกว่าที่เราคิด ผ่านการผสมผสานทางวัฒนธรรม การพัฒนาทางการเกษตร และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค

ชาเขียวประเภทนี้เป็นที่นิยมยุคปัจจุบัน จุดเด่นคือ “ไม่ผ่านการคั่ว” แต่จะใช้ความร้อนจาก “การนึ่ง” (Steaming) ทันทีที่เก็บใบชาสด เพื่อหยุดการทำงานของเอนไซม์ ทำให้ใบชายังคงรักษาสีเขียวสด กลิ่นหอมที่ให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติ (บางครั้งคล้ายสาหร่ายทะเล) และมีรสชาติอูมามิ

  • ตัวอย่างที่นิยมในไทย : มัทฉะ (Matcha – ใบชาที่ถูกบดจนเป็นผงละเอียด), เซนฉะ (Sencha – ใบชาแบบชงน้ำร้อน), โฮจิฉะ (Hojicha – ชาเขียวที่นำไปคั่วไฟจนหอม แต่มีรากฐานมาจากชาเขียวญี่ปุ่น)

นี่คือชาเขียวที่อยู่คู่กับคนไทยมาตั้งแต่ยุคบุกเบิกโรงงานชาในปี 2480 จุดเด่นคือ “ผ่านการคั่วด้วยกระทะร้อน” (Pan-roasting) เพื่อหยุดการเกิดออกซิเดชัน กระบวนการนี้ทำให้ใบชามีสีเขียวอมเหลืองหรือสีน้ำตาลอ่อนๆ และให้กลิ่นหอมที่มีเอกลักษณ์คือ “กลิ่นหอมไหม้เล็กน้อย” (Smoky/Roasted aroma) ให้รสชาติที่ชุ่มคอ

  • ตัวอย่างที่นิยมในไทย : ชาอู่หลง (แม้จะเป็นชากึ่งหมัก แต่กรรมวิธีและวัฒนธรรมการดื่มมีความใกล้เคียงและได้รับอิทธิพลจากจีนเช่นกัน)

ปัจจุบัน ชาเขียวที่ปลูกในไทยโดยเฉพาะจากเชียงราย เชียงใหม่ และน่าน เริ่มสร้างอัตลักษณ์เฉพาะตัว พันธุ์ชาอัสสัม (Camellia sinensis var. assamica) ในภาคเหนือมีรสชาติเข้มข้น ทำให้เกิดชาเขียวที่มีเอกลักษณ์แบบ “ไทยแท้” ที่กำลังได้รับความสนใจในตลาดสากล

ตลาดชาเขียวในไทยเติบโตต่อเนื่องทุกปี ปัจจุบันครอบคลุมตั้งแต่ชาเขียวพร้อมดื่มบรรจุขวดที่วางขายตามร้านสะดวกซื้อ ไปจนถึงผงมัทฉะพรีเมียมนำเข้าจากจังหวัดอุจิ ประเทศญี่ปุ่น ราคาหลักพัน และชาเขียวใบสดจากสวนชาไทยที่กำลังได้รับการยอมรับในชาทั่วโลก

กระแสสุขภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ชาเขียวได้รับความนิยมในไทย สารคาเทชิน (Catechins) โดยเฉพาะ EGCG ในชาเขียวมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่าการดื่มชาเขียวเป็นประจำอาจช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็งบางชนิด คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพจึงเลือกชาเขียวแทนกาแฟหรือเครื่องดื่มชูกำลังมากขึ้นเรื่อย ๆ

ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ผงมัทฉะกลายเป็นวัตถุดิบที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้ผลิตหลากหลาย ทั้งไอศกรีม ช็อคโกแลต เค้ก คุกกี้ เส้นพาสต้า ไปจนถึงสกินแคร์ที่ใช้สารสกัดจากชาเขียว ความต้องการผงมัทฉะในภาคอุตสาหกรรมเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำให้โรงงานผลิตชาในไทยหลายแห่งพัฒนากระบวนการผลิตมัทฉะเกรดอาหาร (Food-grade Matcha) เพื่อตอบสนองความต้องการนี้โดยตรง

สรุปได้ว่า ประวัติศาสตร์ ชาเขียวในไทย เป็นการเดินทางที่ยาวนานและมีเสน่ห์ เริ่มต้นจากการเป็นเพียงวัฒนธรรมการเคี้ยว “เมี่ยง” พื้นเมืองของชาวเหนือ และการนำเข้าใบชาจากจีนเพื่อชนชั้นสูงในสมัยอยุธยา ก้าวเข้าสู่การตั้งโรงงานแปรรูปชาแห่งแรกในปี พ.ศ. 2480 และได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในปี พ.ศ. 2508

จนกระทั่งในยุคปัจจุบัน ที่คลื่นวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้เปลี่ยนชาเขียวในไทยไป จากชาเครื่องดื่มร้อนที่จำกัดกลุ่มผู้บริโภค กลายมาเป็นเครื่องดื่มในชีวิตประจำวันที่เข้าถึงง่าย และได้รับการยกระดับให้เป็น “ชาพรีเมียม” ที่มีรสชาติและศิลปะการชงที่ซับซ้อน ชาเขียวจึงไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่เป็นตัวแทนของการผสมผสานวัฒนธรรมจีน ญี่ปุ่น และความเป็นไทยได้อย่างลงตัว

1 ชาเขียวที่ปลูกในไทยแตกต่างจากชาเขียวญี่ปุ่นและจีนอย่างไร?

ชาเขียวไทยส่วนใหญ่เป็นพันธุ์อัสสัม (Camellia sinensis var. assamica) ซึ่งมีใบใหญ่กว่าและให้รสชาติเข้มข้นกว่าพันธุ์ที่ใช้ในญี่ปุ่นและจีนตอนบน สภาพดินและภูมิอากาศเฉพาะในภาคเหนือของไทยทำให้ชาไทยมีกลิ่นดินและแร่ธาตุเฉพาะตัว ชาเขียวไทยที่ผ่านกรรมวิธีแบบจีน (คั่วกระทะ) จะมีรสหนักและหอมกว่า ส่วนที่ผ่านกรรมวิธีแบบญี่ปุ่น (นึ่ง) จะได้กลิ่นสดและสีเขียวสวยงาม หลายผู้ผลิตพัฒนาเทคนิคผสมผสานทั้งสองสำนักเพื่อสร้างอัตลักษณ์เฉพาะแบรนด์

2 ทำไมมัทฉะถึงได้รับความนิยมสูงในไทยช่วงที่ผ่านมา?

ปัจจัยหลักมาจากการรวมกันของกระแสวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่แข็งแกร่งในไทย (อนิเมะ มังงะ แฟชั่น อาหาร) และพลังของโซเชียลมีเดียที่ทำให้สีเขียวสดของมัทฉะกลายเป็น “รูปถ่ายได้” นอกจากนี้รสชาติของมัทฉะ ที่มีทั้งความขมนุ่มและกลิ่นอุมามิ จับคู่กับของหวานไทยและตะวันตกได้ดีมาก บวกกับงานวิจัยที่ยืนยันสรรพคุณสุขภาพ ทำให้มัทฉะไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราว แต่กลายเป็นวัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยไปแล้ว

3 ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มในไทยจะหาชาเขียวคุณภาพสูงสำหรับ OEM ได้จากที่ไหน?

ปัจจุบันมีโรงงานไทยหลายแห่งที่ผลิตชาเขียวและผงมัทฉะเกรดอาหาร (Food-grade) สำหรับอุตสาหกรรม โดยให้บริการครบวงจรตั้งแต่การคัดสรรใบชา การแปรรูป ไปจนถึงการบรรจุและออกแบบแบรนด์แบบ OEM/ODM สิ่งสำคัญในการเลือกผู้ผลิตคือต้องตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร ความสม่ำเสมอของคุณภาพ และความสามารถในการผลิตปริมาณตามที่ต้องการ

หากคุณกำลังเปิดร้านกาแฟ คาเฟ่ หรือต้องการสร้างแบรนด์เครื่องดื่มชาเขียวเป็นของตัวเอง การเลือกใบชาที่ได้มาตรฐานและมีรสชาติตอบโจทย์ลูกค้าคือหัวใจสำคัญของความสำเร็จ!

 ประวัติศาสตร์ ชาเขียวในไทย นั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากการเดินทางของใบชาสีเขียวนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ทศวรรษ แต่มีรากฐานที่ลึกซึ้งและยาวนานกว่าที่เราคิด ผ่านการผสมผสานทางวัฒนธรรม การพัฒนาทางการเกษตร และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค

ติดต่อ Bluemocha โรงงานผลิตชาบลูมอคค่า เราคือโรงงานผลิตและจำหน่ายใบชาคุณภาพระดับพรีเมียมที่มีประสบการณ์ยาวนาน พร้อมเสิร์ฟความหอมอร่อยให้กับธุรกิจของคุณ ไม่ว่าจะเป็นชาเขียวสไตล์ญี่ปุ่น มัทฉะแท้ หรือชาเขียวสูตรพิเศษสำหรับชงเครื่องดื่ม เรามีครบจบในที่เดียว พร้อมให้คำปรึกษาและบริการรับผลิตชา เพื่อสร้างความโดดเด่นให้แบรนด์ของคุณ ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของธุรกิจคุณแบบครบวงจร :

  • บริการรับผลิตชา OEM & ODM : สร้างแบรนด์ชาเป็นของคุณเอง (OEM) หรือให้เราช่วยพัฒนาสูตรชาเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร (ODM)
  • วัตถุดิบหลากหลายกว่า 50 ชนิด : เราไม่ได้มีแค่ชาเขียวพรีเมียม! แต่ยังมี ชาไทย ชาไต้หวัน โกโก้ เมล็ดกาแฟ และวัตถุดิบชงเครื่องดื่มอื่นๆ ให้เลือกสรรมากมาย เหมาะสำหรับคาเฟ่ที่ต้องการความหลากหลาย
  • คัดสรรใบชาคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย : ทุกกระบวนการและกรรมวิธีผลิตของโรงคั่วชาเชียงใหม่ ถูกหลักอนามัย เพื่อให้ได้รสชาติและกลิ่นหอมที่ดีที่สุด
  • กำลังการผลิตสูง สต็อกแน่น : ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟรนไชส์ที่ต้องการวัตถุดิบจำนวนมาก หรือโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องการผงชาปริมาณมหาศาล เรามีกำลังการผลิตรองรับเสมอ
  • ฟรี! บริการออกแบบโลโก้และบรรจุภัณฑ์ : ออกแบบให้ตรงตามคอนเซ็ปต์แบรนด์และสไตล์ความต้องการของลูกค้า
  • จัดส่งทั่วไทยและส่งออกระดับโลก : เรามีบริการจัดส่งสินค้าทั่วประเทศ และส่งออกชาด้วยมาตรฐานคุณภาพที่ได้รับการยอมรับกว่า 18 ประเทศทั่วโลก

ติดต่อ โรงคั่วชาเชียงใหม่ Bluemocha (บลูมอคค่า) ได้เลยวันนี้ เพื่อเริ่มต้นสร้างแบรนด์เครื่องดื่มที่โดดเด่นและครองใจผู้บริโภค!

สั่ง ผงชาเขียว ราคาส่ง ยกลัง กับ Bluemocha ได้เลยวันนี้!
LINE : @bluemochacoffee
TEL : 064-9045146
EMAIL : [email protected]

Related

ชาเขียวอัสสัม ชารสเข้มข้น เป็นเอกลักษณ์ จากโรงงานรับผลิตชาเชียงใหม่

สำหรับผู้ประกอบการร้…

Read More

ผงชาเขียว ราคาส่ง ยกลัง ส่งตรงจากโรงงาน พร้อมส่งทั่วประเทศไทย

ถ้าคุณเป็นเจ้าของร้า…

Read More

สรุปครบ! ชาเขียว มีกี่ประเภท? ต่างกันอย่างไร? อยากทำแบรนด์ชาเขียวต้องรู้!

ชาเขียว มีกี่ประเภท?…

Read More